PANU's profileยินดีต้อนรับสู่สเปซบ้านน...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 23

    หนาวนี้ (ความเรียงว่าด้วยเรื่องหนาวๆ)

    ลมหนาวพัดมาเป็นครั้งที่สองในรอบปี หนาวมา 5-6วันแล้ว ครั้งก่อนที่หนาวเพียงสองวันหลายคนบอกว่าหนาวหลอก แต่ตอนนี้หนาวจริงๆ
    ผมดูข่าวจากพยากรณ์อากาศบอกว่าจะหนาวเป็นระลอก ครั้งละ 5 วัน จะอุ่นขึ้น 1 วัน แล้วจะหนาวอีก จะหนาวนานที่สุดช่วงเดือนธันวาคม และหมดหนาวช่วงเดือนมกรา

    ลมหนาวยามเช้าทำให้ไม่ค่อยอยากลุกลากตัวที่ซุกอยู่ในผ้าห่มแสนอุ่น ออกมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติสักเท่าไร

    ผมไม่ค่อยชอบหน้าหนาว ทั้ง 3 ฤดู ผมชอบฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ตามลำดับ
    นึกถึงสาเหตุที่ชอบและไม่ชอบกันดีกว่า

    ผมชอบฤดูร้อนตรงที่ดอกไม้หลากสีจะออกดอกในช่วงนี้ เทศกาลสงกรานต์แสนสนุก ไม่ชอบหน้าร้อนตรงที่เหงื่อออกเยอะ
    ผมชอบฤดูฝนเพราะต้นไม้โตเร็วดีและไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ แต่ไม่ชอบก็คือความเฉาะแฉะ แถมตากผ้าไม่แห้งอีกต่างหาก
    ส่วนฤดูหนาวชอบตรงอากาศที่เย็นสบาย แต่ไม่ชอบตอนหนาวมากๆ ผมว่ามันทรมานชอบกล

    น้องที่รู้จักกันเคยตั้งข้อสังเกตุว่าคนที่เกิดช่วงหน้าร้อนจะขี้หนาว ส่วนคนที่เกิดช่วงหน้าหนาวจะขี้ร้อน ผมว่าจริงนะ บังเอิญผมเกิดเดือนที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปีด้วยเลยรู้สึว่าตัวเองขี้หนาว
    หน้าร้อน ถ้าร้อนมากๆอาบน้ำก็หาย แต่หน้าหนาว ถ้าหนาวมากๆ ถึงจะมีอะไรห่มก็ยังไม่อุ่นเท่าไรอยู่ดีนะผมว่า

    เคยมีเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง จำได้ว่า มีเพื่อนสองคน คนหนึ่งขี้หนาว เพื่อนอีกคนบอกว่ามีวิธีอาบน้ำแบบไม่ต้องหนาว คนขี้หนาวสนใจมากถามเพื่อนว่าทำยังไง เพื่อนอีกคนตอบว่า "ก็ห่มผ้าห่มอาบน้ำสิจะได้ไม่หนาว"
    ถ้าหนาวมากๆผมว่าจะลองดูเหมือนกันว่ามันไม่หนาวจริงไหม
    หนาวเท่าตอนนี้กำลังดี หนาวกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว ผมว่าหนาวขนาดที่ยังพอไม่ขี้เกียจไปอาบน้ำนี่ถือว่าใช้ได้

    ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้าหนาว แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ผมก็กลัวว่าหน้าหนาวจะหายไปเหมือนกัน ครั้งแรกที่หนาวเพียง 2 วัน ผมและเห็นอีกหลายๆคนบอกว่าหนาวได้ 2 วันเองหน้าร้อนแล้ว
    อย่างว่าล่ะ เราจะรู้ถีงคุณค่าของบางสิ่งบางอย่าง ก็ต่อเมื่อเสียมันไป


    ถ้าจัดตามลำดับความชอบก็เป็นตามข้างบนนั่น แต่ถ้าจัดลำดับตามความโรแมนติกผมว่าหน้าหนาวชนะขาด
    ผมยกให้หน้าหนาวเป็นช่วงที่โรแมนติกที่สุดของปี รองลงมาก็หน้าฝน และหน้าร้อนตามลำดับ

    หนังรัก นิยาย หรือละครอะไรก็ตามที่โรแมนติก ช่วงหน้าหนาวจะต้องมีฉากพระเอกถอดเสื้อคลุมให้นางเอก เผลอๆหลังจากนั้นอาจกอดกันให้อุ่นขึ้นอีกด้วย
    หน้าฝน มีฉากพระเอกกางร่มให้นางเอก เดินเคียงคู่กันไปท่ามกลางสายฝนก็โรแมนติกดี
    แต่หน้าร้อนนี่สิ ผมยังนึกไม่ออกเหมือนกันที่พระเอกจะโชว์แมนอะไรให้นางเอกให้ได้เห็นบ้าง
    จะถอดเสื้อนางเอกออกเพราะกลัวนางเอกร้อนก็คงไม่เหมาะสักเท่าไร หนังรักจะกลายเป็นหนังเรทไปซะก่อน จะกางร่มกันแดดให้นางเอกก็ไม่โรแมนติกเท่ากางร่มกลางสายฝนอยู่ดี

    ว่ากันว่าหน้าหนาวจะกินไอติมอร่อยขึ้นและฟังเพลงรักเพราะขึ้น
    หน้าหนาวฟังเพลงรักเพราะขึ้น 50 % ฟังเพลงที่เกี่ยวกับความหนาวจะเพราะขึ้น 40 % ฟังเพลงอกหักเพราะขึ้น 30 %
    มั่วเอาล้วนๆ ไม่มีผลวิจัยอ้างอิงจากสถาบันใดๆทั้งสิ้น
    ผมว่าจะลองกินไอติมตอนหน้าหนาวเคล้าเพลงรักไปด้วย ไม่รู้ว่ามันจะทำให้กินไอติมอร่อยหรือฟังเพลงรักเพราะยิ่งขึ้นไปอีกหรือเปล่า ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ

    มีเพลงไม่กี่เพลงที่ผมนึกถึงทุกครั้ง เวลาเข้าหน้าหนาว
    หนาวนี้ ของ Friday ,ฝนหน้าหนาวของ Pastel secret ,ลมหนาว ของTea For Three ,โสดหน้าหนาว ของชะเอม ,หนาว เหงา หวง เหม่อ ของไอน้ำ,เธอร้องไห้เมื่อหน้าฝนและพบใครบางคนเมื่อหน้าหนาว ของSofa

    แม้จะไม่ได้ร้องไห้ตอนหน้าฝน แต่ผมก็อยากพบใครบางคนตอนหน้าหนาวเหมือนกันนะ อยากมีคนที่ยื่นมือมาให้จับแก้หนาวเหมือนเพลง หนาวนี้ ของ Friday

    ขอมือหน่อยได้ไหม อากาศหนาวๆไม่ชอบเลย
     
    เอ้า ใครโสดหน้าหนาวยกมือขึ้น
    -----------------------------------------------------------------------------------------
    หนาวนี้ Friday

    ลมเย็นๆพัดมาแล้วฉันเพิ่งรู้สึก
    ฟ้าลึกๆ มองเข้าไปดูช่างสดใส
    แต่มือเย็นๆฉันตอนนี้นั้นไม่มีใคร
    ไม่มีใครสัมผัส มันทนไม่ไหว

    * (ได้ยินเพลงบอกไว้ ลมหนาวมาถึงเมื่อไร) เพลงเขาบอกไว้ลมหนาวมาถึงเมื่อไร
    มันต้องเหงาตามเนื้อเพลงอยู่เรื่อยไป
    คราวนี้ถ้าต้องเจอ หน้าหนาวนี้ขอร้องเธอ ขอได้ไหม

    **ขอมือหน่อยได้ไหม อากาศหนาวๆ ไม่ชอบเลย
    ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมยจนฉันนั้นต้องเสียใจ
    อยากขอแค่ได้ไออุ่นจากเธอได้ไหม
    บอกความรู้สึกข้างในก่อนหน้าหนาวคราวนี้จะผ่านไป

    มีลมโชยอากาศเย็นๆ ทุกปลายปี
    แต่คงจะดีถ้าหากมีเธอไว้
    จูงมือกันแม้จะหนาวๆสักเท่าไร
    แต่ใจฉันก็คงอุ่น และมีความหมาย


    *,**

    *,**

    November 17

    หนึ่งความเหงาบนดาวเคราะห์

    แม้ตอนนี้จะเที่ยงคืนกว่า แต่หนังตาของผมยังคงต้านทานแรงโน้มถ่วง ไม่ยอมง่วงหลับตาลงง่ายๆ

    ผมพักสายตาที่อ่อนล้าจากคอมพิวเตอร์ซึ่งเปิดไว้หลายหน้าต่าง ปิดเพลงที่ฟังซ้ำไปซ้ำมา ถอดหูฟัง พลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง
    คืนนี้ก็คงเหมือนกับทุกๆคืน

    ท้องฟ้า พระจันทร์ ดวงดาว กับลมที่พัดผ่านมาเบาๆบางทีก็ทำให้เหงาได้อย่างประหลาด

    พจนานุกรมให้ความหมายของคำว่า "เหงา" ไว้ดังนี้    
    [เหฺงา] ว. เปลี่ยวใจ, เปล่าเปลี่ยว, ไม่คึกคัก.

    ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนขี้เหงา แต่ก็ยังค่อยไม่เข้าใจเกี่ยวกับความเหงาสักเท่าไร

    อาการมันรู้สึก หวิวๆโหวงๆในใจ เหมือนขาดอะไร หรือขาดใครไปสักคน
    แต่บางครั้งขณะที่เรามีคนรายล้อมรอบกายมากมาย ความเหงามันก็ไม่ได้หายไปอยู่ดี
    เหมือนว่าความเหงาอยู่กับเราตลอดเวลา

    หัวค่ำของหลายวันก่อนผมล๊อกอินเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์สีน้ำเงินเข้มอย่างเช่นทุกๆวัน เพื่อดูการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ของเพื่อนๆ
    ที่นี่ยังคงคึกคัก ความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ข้อความใหม่ๆปรากฏขึ้นเกือบทุกนาที
    ไม่นานสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นข้อความท้ายชื่อของพี่ชายใจดีคนหนึ่ง เขียนไว้ว่า "โลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร"

    ผมนึกสนุกตอบไปเท่าที่สมองปลาทองของผมจำได้ว่า "เกิดจาก Bigbang หลังสภาวะ Singularity"
    ซึ่งผมจำผิด
    โลกเกิดหลังจากนั้น หลังจากเกิด Bigbang แล้ว ฝุ่นผง และสสารต่างๆก็รวมตัวกันเป็นโลกและดวงดาวอื่นๆ นับหมื่น แสน ล้าน

    ดวงดาวพราวระยับที่อยู่นอกหน้าต่างนั่นอัศจรรย์กว่าที่คิด

    ผมเคยคิดเล่นๆเหมือนกัน ถ้าคืนหนึ่งระหว่างที่ผมหลับ อยู่ดีๆก็มีเสียงโครมครามบนหลังคาพร้อมการมาถึงของบางสิ่งบางอย่าง ไม่นานหลังคาก็พัง สิ่งนั้นหล่นลงตรงหน้าผม หลังจากที่ฝุ่นจางปรากฏร่างสาวน้อยต่างดาวแต่งตัวเซ็กซี่เล็กๆ หน้าตาน่ารักเหมือนถอดแบบมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คงจะสนุกไม่น้อย 

    แต่มันก็คงเป็นได้แค่ฝัน

    มนุษย์เรามักจินตนาการชีวิตต่างดาวโดยตั้งบนพื้นฐานของตัวเราเอง

    แค่เพียงในโลกของเรา บรรยากาศเดียวกัน แรงโน้มถ่วงเดียวกัน สัตว์โลกทั้งหลายยังมีหน้าตาต่างกันเป็นพันเป็นหมื่น นับประสาอะไรกับดาวดวงอื่น
    สาวน้อยจากต่างดาวคนนั้นรูปร่างหน้าตาอาจจะยากเกินจินตนาการ อาจไม่มีโครงสร้างพื้นฐานจากธาตุคาร์บอน และบางทีเธออาจจะไม่หายใจโดยใช้อ๊อกซิเจน

    มนุษย์ค้นหาคำตอบกันมานานว่านอกจากโลกของเราแล้วมีดาวอื่นที่มี "สิ่งมีชีวิต" หรือ "สิ่งทรงภูมิปัญญาต่างดาว" อยู่อีกหรือไม่ และ ณ ขณะนี้ก็ยังค้นหาคำตอบกันต่อไป
    เพียงเพื่อตอบคำถามที่ว่า เรายังมีเพื่อน หรือเราอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่

    ด้วยเหตุนี้หรือเปล่ามนุษย์เราเลยขี้เหงา


    ฝนเริ่มตั้งเค้า พระจันทร์และดวงดาวทั้งหลายผลุบหายไปในม่านเมฆ ลมพัดเข้ามาแรงขึ้นเรื่อยๆ
    ผมเดินไปปิดหน้าต่าง กลับมานั่งสบตากับคอมพิวเตอร์ชราเครื่องเดิม ใส่หูฟัง เปิดเพลง หลับตา

    ประชากรโลก 6 พันกว่าล้านคน ประชากรไทย เกือบ 70 ล้านคน

    ผมว่าไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่นั่งจมจ่อมกับความเหงาข้ามผ่านเวลาอันยาวนานในคืนนี้

    -----------------------------------------------------------------------------------------
    หนึ่งความเหงาบนดาวเคราะห์ เบล สุพล

    คืนนี้เป็นอีกคืน เหตุการณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
    จมอยู่กับความเหงาที่ใจไม่เคยเชื้อเชิญ

    ในห้องนอนห้องเดิม รอบกายก็มีเท่าเดิม
    เจอแต่สิ่งเดิมๆอยู่เป็นเพื่อนกัน

    *อยู่ที่ไหน คนที่ฉันรอพบเจอ
    ก็ยังคงอยากเจอ คนที่ฟ้าส่งมาคู่กัน

    **จะมีไหม เพียงแค่ใครสักคนที่อยู่บนดาวเคราะห์นี้
    มีไหมใครสักคน มาแบ่งความเหงาฉันไป
    คนที่คอยจับมือ ที่มีไหล่แอบอิงเมื่อยามเหนื่อยใจ
    จะมีสักคนบ้างไหม บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน 

    คนที่ใจเฝ้าคอย ก็ดูเหมือนจะเลื่อนลอย
    คอยอย่างมีความหวัง ท่ามกลางหนทางยาวไกล
    ตามหามาครึ่งทาง ก็ยอมรับเคยถอดใจ
    กลัวว่าใครอีกคน จะท้อเหมือนกัน

    *,**

    คนอีกแสนล้านเขาต่างก็ได้พบกัน
    คนเหล่านั้นฟ้าคงกำหนดไว้
    คนส่วนน้อยที่ฟ้าสร้างมาไม่ให้พบใคร
    ฉันหวังในใจ ไม่ใช่คนส่วนนั้น

    เพียงแค่ใครสักคนที่อยู่บนดาวเคราะห์นี้
    มีไหมใครสักคน มาแบ่งความเหงาฉันไป
    คนที่คอยจับมือ ที่มีไหล่แอบอิงเมื่อยามเหนื่อยใจ
    จะมีสักคนบ้างไหม บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน
    -----------------------------------------------------------------------------------------
    หายไปสักพักเลยทีเดียว ไว้เดี๋ยวจะเขียนมาลงอีก ได้ข่าวว่าวันนี้มีฝนดาวตกด้วย แต่คงได้ดูฝนตกแทนแล้วล่ะ
    November 03

    กระทงหลงเธอ

    โปรดอ่านใต้แสงเทียน เพราะผมเขียนใต้แสงจันทร์

    "...ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ...."

    ผมได้ยินเพลงนี้แว่วมาแต่ไกลและหลายครั้ง.... วันนี้เป็นวันลอยกระทง

    ผมเตรียมตัวจัดแจงเดินทางโดยไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อกันหนาวตัวโปรดติดมือมาด้วย ถึงตอนนี้จะไม่ค่อยหนาว แต่ดึกๆล่ะก็ไม่แน่.... ลมหนาวแรกของเดือนพฤศจิกา

    ผมมาถึงก่อนเวลานัดนิดหน่อย  นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย.... ไม่นานเธอก็มา

    เธอถามผมว่ามาถึงนานหรือยัง ผมยิ้มแทนคำตอบ.... ถึงจะนานแค่ไหนผมก็โกรธเธอไม่ลงหรอก

    เธอยังน่ารักเหมือนเดิม เหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน.... เธอยิ้ม ผมยิ้ม

    เราจูงมือกัน ข้ามสะพานสระแก้ว.... สะพานที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

    เราเดินผ่านผู้คนมากมาย ผ่านร้านรวงต่างๆที่ตั้งเรียงรายหน้าหอชายทับแก้วไปจนถึงหน้าตึกอธิการ.... เราหยุดที่ร้านขายกระทงร้านหนึ่ง

    เราได้กระทงขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กหนึ่งใบ เดินไปริมน้ำ.... เรายกกระทง เราอธิษฐาน 

    เธอหลับตาพริ้ม นั่งยิ้มอธิษฐาน.... ผมแอบมองเธอ

    กระทงของเราไหลเอื่อยตามกระแสน้ำ...ไกลออกไป ไกลออกไป

    ผมถามเธอว่าอธิษฐานอะไร เธอยิ้มตาหยี.... เธอบอกว่าถ้าบอกแล้วจะไม่ขลัง

    เธอยิ้ม ผมยิ้ม.... มีเพียงสองเราใต้แสงดาว และแสงจันทร์


    ข้างบนนั่นจินตนาการไว้เฉยๆครับ หาได้เป็นเรื่องจริงแต่ประการใด ฮ่าๆ
    จะดีมากเลย ถ้ามันไม่ได้เป็นแค่จินตนาการ จะมีสักปีไหมเนี่ยที่ได้ลอยกระทงคู่กับใครสักคน
    วอนพระแม่คงคา ช่วยพัดพาความรักมาให้ลูกที สาธุ

    ปัจฉิมลิขิต "โปรดอ่านใต้แสงเทียน เพราะผมเขียนใต้แสงจันทร์" ตอนขึ้นต้นแอบจิ๊กคำมาจากพี่ก้อง ทรงกลด เคยเห็นพี่เค้าเขียนเอาไว้ว่า "โปรดอ่านใต้แสงเทียน เพราะผมเขียนใต้แสงดาว" โรแมนติกมากๆอ่ะครับ ชอบๆ
    ตอนที่โพสต์นี่น่าจะข้ามวันลอยกระทงไปแล้ว ถือว่าเป็นควันหลงวันลงกระทอยแล้วกันเนอะ