PANU's profileยินดีต้อนรับสู่สเปซบ้านน...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 26 สอนเล่น RSS FeedRSS Feed คืออะไร RSS ย่อมาจาก Really Simple Syndication ความหมายจากวิกิพีเดีย อาร์เอสเอส (RSS) คือหนึ่งในประเภทเว็บฟีด ซึ่งมีรูปแบบข้อมูลเอกซ์เอ็มแอล ซึ่งใช้สำหรับในการกระจายข้อมูลที่มีการเพิ่มเติม หรือ เปลี่ยนแปลงบ่อยจากเว็บไซต์ (web syndication) และบล็อก ซึ่งอาร์เอสเอสสามารถย่อมาจากหลายรูปแบบด้วยกันคือ : * Really Simple Syndication (RSS 2.0) * Rich Site Summary (RSS 0.91) * RDF Site Summary (RSS 0.9 และ 1.0) งงไหมครับ เอาเป็นว่าพูดง่ายๆก็คือระบบที่ใช้ดึงข่าวสารของเว็บไซต์แล้วกันครับ ในยุคนี้ที่การเขียน blog เป็นที่นิยมกันมาก เคยไหม ใครที่ติดตาม blog ของคนนู้นคนนี้เยอะแยะ (ผมก็คนหนึ่งล่ะ) วันๆหนึ่งกว่าเราจะเข้าไปดูครบทุก blog ก็เสียเวลาไปมากโข ถ้าเข้าไป ดูแล้วไม่มีอะไรใหม่ ก็ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีก เจ้า Rss Feed นี่ล่ะจะช่วยเราได้เป็นอย่างดี มันจะคอยอัพเดตเนื้อหาของ blog ทำให้เรารู้ว่า blog ไหนมีเนื้อหาใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องเสีย เวลาเข้าไปดูบ่อยๆ จะรับ Feed ได้อย่างไร ต้องสังเกตุก่อนครับว่าเว็บหรือ blog ที่เราต้องการรับมีระบบ Rss Feed หรือเปล่า สังเกตุได้จากสัญลักษณ์สีส้มๆนี่ล่ะครับ ![]() หรือไม่ก็เครื่องหมาย RSS ไม่ก็ XML ครับ ![]() ![]() เรารับได้หลายช่องทางครับ เช่น Browser ปัจจบัน Browser ทุกตัวน่าจะมีระบบนี้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น Live bookmark ของ Firefox โปรแกรมที่ใช้รับ RSS Feed โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น # RSS Reader (www.rssreader.com) # RSS Bandit (www.rssbandit.org) # Sharp Reader (www.sharpreader.net) # Mozilla Thunderbird (www.mozilla.com/thunderbird) # Microsoft Outlook (www.microsoft.com) # Nuparadigm RSS Screensaver (www.nuparadigm.com) เว็บที่ให้บริการรับ RSS Feed ยกตัวย่างเช่น Bloglines(http://www.bloglines.com) My Yahoo(http://my.yahoo.com) Netvibes( http://www.netvibes.com ) Google Reader (http://www.google.com/reader) Window live(http://www.live.com ) และอื่นๆครับ ใครจะใช้ช่องทางไหนก็เลือกกันตามสะดวกครับ แต่ที่จะมาชวนเล่นวันนี้คือรับ Feed โดยใช้ Google Reader ครับ เนื่องจากผมเป็น สาวกกูเกิ้ล อิอิ ใครที่มี account ของ gmail อยู่แล้วก็ใช้ log in เข้า google reader ได้เลยครับ ใครยังไม่มีก็สมัครได้ที่ www.gmail.com จะให้ดูคร่าวๆนะครับ ผมก็ใช้ไม่เป็นทั้งหมดหรอก ไปที่ http://www.google.com/reader แล้ว log in เลยครับ ก่อนอื่นเราก็ต้องเพิ่มเว็บที่เราจะรับ Feed ก่อน โดยกดตรง Add Subscription ทางตรงด้านซ้ายมือครับ แล้วกรอก Url ของเว็บหรือ blog ลงไป ![]() ถ้าเว็บไหนเราไม่แน่ใจว่ามี Feed หรือเปล่ามันจะค้นหาให้เราโดยอัตโนมัติครับ ถัดลงมาด้านล่าง ก็จะแสดงให้ดูว่าเรารับ Feed จากเว็บไหนบ้าง เลือกดูทั้งหมดก็กด all ดูแต่เฉพาะเว็บที่อัพเดตก็กด updated ครับ ![]() กดดูก็จะเจอหัวข้อครับ อันไหนที่อ่านแล้วจะเป็นสีฟ้า ยังไม่อ่านจะเป็นสีขาว ![]() เราสามารถอ่านเนื้อหาของเว็บจากตรงนี้ได้เลยครับ ถ้าเว็บไหนอ่านได้แต่หัวข่อเราก็กดตรงที่เป็นสัญลักษณ์ด้านข้างเพื่อเข้าไปดูเว็บนั้นตรงๆได้ครับ ![]() เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เราสามารถสร้าง Folder ให้เว็บที่เรารับ แยกเป็นหมวดหมู่ตามที่เราต้องการได้ครับ ![]() คร่าวๆก็ประมาณนี้ล่ะครับ ลองๆเล่นดู เว็บที่ผมรับ Feed นะครับก็มี http://zickr.com มีเรื่องเจ๋งๆเพียบเลยครับ http://digg.com อันนี้คล้ายอันบนแต่เป็นภาษาอังกฤษครับ www.firefoxthai.com เว็บหมาย่างพันธุ์ไทย http://www.arip.co.th ข่าวเกี่ยวกับไอที http://www.manager.co.th แล้วก็ blog ต่างๆ ส่วนมากก็ blog ของเพื่อนๆล่ะครับ อ่อ Hi5 ก็รับ Feed ในส่วนของ journal ได้นะครับ blog อื่นๆก็ www.iannnnn.com blog พี่แอนเจ้าของเว็บ f0nt.com http://phuphu.exteen.com คุณภูแห่ง pantip.com http://overtime.exteen.com blog จ่ากบ อัพเดตเรื่องการ์ตูนและอะนิเมะ http://roundeyes.exteen.com blog พี่นิ้วกลม ที่เอาไว้อัพรูป http://roundfinger.wordpress.com blog พี่นิ้วกลม น่าจะเป็น Blog หลัก http://roundfinger.exteen.com blog พี่นิ้วกลม http://braingarden.wordpress.com blog พี่นิ้วกลม อีกแล้ว http://weirdprincess.wordpress.com blog ชิงชิง เจ้าหญิงเพี้ยน ขวัญใจพี่นิ้วกลม http://songsin.exteen.com blog ของทรงศีล ทิวสมบุญ http://www.lonelytrees.net เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงาของทรงกลด บางยี่ขัน และอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึงครับ แหล่งที่มาและข้อมูลเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/RSS_(file_format) th.wikipedia.org/wiki/อาร์เอสเอส http://gotoknow.org/blog/tutorial/24 <--- RSS Feed คือ ? http://www.firefoxthai.com/blog/2007/01/11/how-to-add-web-feed-reader-in-firefox <--- Feed กับ Firefox http://www.blognone.com/node/3064 <----รีวิว Google reader http://www.idayblog.com/archives/209 http://www.manager.co.th/rss/Default.aspx http://www.thaisarn.com/th/doc_rss.php จบครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนบ้างไม่มากก็น้อยครับ ผมก็อ่าน Feed นี่ล่ะบ่อยๆประหยัดเวลาดี เอาเวลาที่เหลือไปแชทกับ สาวดีกว่า อิอิ แถมไม่ตกข่าวที่เพื่อนๆ อัพใน Blog ด้วย ใครมีข้อคิดเห็น เทคนิค เว็บที่น่าสนใจหรืออะไรอื่นๆ ก็บอกๆกันมาได้นะครับ ยังมีบริการของกูเกิ้ลเจ๋งๆอีกเยอะครับ เดี๋ยวครั้งหน้าจะมาชวนเล่น Google calendar ครับ (ปฏิทินเอาไว้เขียนกำหนดการณ์และช่วย เตือนเวลาของกูเกิ้ลครับ) April 15 วันแห่งความประหลาดใจที่ชวนให้นึกถึงภาพความทรงจำเดิมๆ1 วันที่ 11 เมษายน 2551 "ตลิ่งชัน 3 ครับ " ผมย้ำกับพี่พนักงานขายตั๋วโดยสารรถไฟ ที่ยื่นกระดาษขาดไปหนึ่งใบ สุดท้ายก็ได้รับเงินทอนพร้อมตั๋วสำหรับสามคน ใช่, ชายสามคนกำลังจะออกเดินทาง
จากการสนทนาผ่านโปรแกรมแชทสุดฮิตเมื่อคืน ได้ข้อสรุปว่า ผมและยอดเพชร จะออกเดินทางไปเก็บตัวอย่างริมทางรถไฟอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปโดยมีเบสท์ติดสอยห้อยตามไปด้วย เหตุผลของมันคือ "ไปถ่ายรูปเล่น" จากตอนนั้นจนถึงวินาทีนี้ ม้าเหล็กความยาวสี่ตู้โดยสารก็พาพวกเราสามคนถึงสถานีเป้าหมายอย่างปลอดภัยพร้อมอาการเมื่อยก้น เนื่องจากต้องจอดรอให้รถด่วนขบวนอื่นแซงไปก่อน นับแล้วก็ 3- 4 ครั้ง ตั้งแต่ที่เคยนั่งรถไฟมารถขบวนนี้คงมีน้ำใจที่สุด ลงจากรถ สะบัดก้น 2-3 ทีให้ความเมื่อยหลุดออกไป แวะร้านค้าซื้อเป๊บซี่หนึ่งถุงใหญ่แล้วออกเดินทาง เก็บตัวอย่างและถ่ายรูปไปด้วยครู่ใหญ่ ใครบางคนออกความเห็น "เฮ้ย ไปร้านนิ่มกัน" (ร้านกาแฟเพื่อนอาจารย์ก้องที่เจ้านิ่มทำงานอยู่ แต่พวกเราเรียกติดปากว่าร้านนิ่ม) แล้วแผนของวันนี้ก็เปลี่ยนไป จากที่คิดว่าจะเดินถึงธนบุรี เมื่อถึงจุดจอดรถบางระมาดพวกเราเปลี่ยนไปรอขึ้นรถเมล์จุดหมายปลายทางคืออนุสาวรีย์ซอยรางน้ำตรงข้ามเซ็นจูรี่
ก่อนถึงบางระมาด ยอดเพชรพูดขึ้นว่า "เฮ้ย เหมือนกูเคยมาทางนี้แล้วเลยว่ะ อ๋อ ใช่ ตอนนั้นเคยมากับอาจารย์ก้อง พี่เมธ ปุ้ย"แล้วภาพความทรงจำเก่าๆของผมก็ถูกขุดขึ้นมาด้วยจอบแรกของไอ้ยอด
2 ณ ร้าน Let it be เราสามคนนั่งดูดโกโก้เย็นที่เพื่อนสาวตัวน้อยของเราชงให้พร้อมกินเค้กที่ซื้อมาหวังเซอร์ไพรส์วันเกิดของเธออย่างเอร็ดอร่อย ดูเหมือนเค้กฝั่งพวกเราสามคนจะยุบหายไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากความหิว จากที่คาดการณ์ว่าจะมาหาข้าวกลางวันกินแถวนี้ก็ไม่ได้กิน เพราะคำนวณเวลาแล้วพวกเราอาจจะกลับไปทำธุระที่มหา'ลัยตามที่ตั้งใจไว้ไม่ทันเวลา ดูเหมือนว่าหลายสิ่งหลายอย่างในวันนี้จะเป็นไปด้วยความไม่แน่นอนและต้องตัดสินใจอย่างกระทันหัน (รวมทั้งเรื่องเค้กวันเกิดเจ้านิ่มด้วย )
นั่งคุยกันสักพักใหญ่ก็ถ่ายรูป เขียนข้อความฝากไว้เล็กน้อยก่อนขอตัวกลับ เราเลือกที่จะนั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์ไปนครปฐม เพราะกลัวปัญหาเรื่องรถติด เนื่องจากเป็นวันศุกร์ก่อนวันหยุดยาว ขณะรอเบสท์เข้าห้องน้ำ ผมเสียบบัตรเอทีเอ็มเพื่อตรวจเช็คยอดเงิน ใส่รหัสสี่หลักเสร็จ ตัวเลขเรียงกันสามตัวปรากฏขึ้นบนจอ ผมทวนตัวเลขสามตัวนั้นอีกครั้งในใจ ภาพดวงตากลมโตของผู้หญิงแสนสดใสคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวผม
3 รถตู้จอดส่งผมกับเบสท์ที่สะพานลอยวัดพระประโทน เราเลือกลงตรงนี้เพื่อจะขึ้นมอเตร์ไซต์รับจ้างไปเอารถของเราที่จอดไว้ที่สถานีรถไฟเมื่อเช้า ให้ยอดเพชรนั่งรถไปลงที่มหา'ลัยเอาตัวอย่างพืชต้นไม้ไปเก็บและดักรอน้องที่นัดไว้ก่อนเพื่อคุยธุระ ขณะข้ามสะพานลอยสายตาของเบสท์ก็เหลือไปเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ด้านล่าง "เฮ้ยๆ บอดี้สแลมๆ " เบสท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ "11 เมษา วันนี้นี่หว่า" ผมเหลือบเห็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ "บัตร 50 บาท แถมเอ็มขวดนึงด้วย มาดูกันๆ " เบสท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม ผมยังไม่ตอบตกลง
4 ถึงมหา'ลัย คุยธุระกับน้องเสร็จเรียบร้อยก็รวบรวมพรรคพวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหาอะไรใส่ท้องกัน เจอพี่นิ กับพี่เมธ เพิ่มสองคน พวกเราทั้งหมดตกลงไปกินข้าวกันที่หน้ามหา'ลัย จัดการอาหารตรงหน้าเรียบร้อย พี่เมธชวนไปโลตัสเพื่อซื้อของ พี่นิขอตัว ไม่ไปด้วย สี่หนุ่มทั้งโสด ไม่โสด อยากโสด และไม่อยากโสด จึงไปซื้อของกันโดยลำพัง พวกเราเดินดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย พี่เมธซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก่อนกลับยอดเพชรไปขนขนมมาอีกหลายห่อพร้อมน้ำอัดลมขวดใหญ่อีกหลายขวด ขณะรอผมขอตัวไปดูหนังสือ ที่หน้าร้านหนังสือ ภาพสาวตากลมโตคนนั้นยืนคู่กับเพื่อนสาวตัวน้อยก็ปรากฏขึ้นในหัวผมอีกครั้ง
5 ยิ่งขี่รถเข้าไปในมหา'ลัย ไปส่งยอดเพชรที่หอ ภาพความทรงจำของผมก็ถูกขุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเป็นอะไรกัน หรือว่าเพราะความเหนื่อยล้า บอกตามตรงความเหนื่อยล้าของวันนี้ทำให้ความรู้สึกอยากนอนเข้ามาแทนที่ความรู้สึกอยากกระโดดหน้าเวทีไปกับพี่ตูน บอดี้สแลม อีกอย่างผมก็ไม่ได้ชอบคลั่งไคล้อะไรมากมาย อัลบั้มใหม่ก็ร้องตามได้ไม่กี่เพลง ผิดจากเบสท์ซึ่งเป็นสาวกบอดี้สแลม ผมขัดมันไม่ได้จึงต้องไป ในใจคิดว่าไปดูๆภาพรวมก่อนแล้วกัน แล้วค่อยว่ากันอีกที
จากนี้ไปจะเป็นความประทับใจคอนเสิร์ตของวันนี้ ใครอยากจะดูให้ใส่เสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากีฬา อ่อ แล้ว อย่าลืมผูกเชือกรองเท้าให้ดีอย่าให้หลุด แล้วตามผมมาได้เลยครับ เหตุผลที่ให้ทำแบบนี้อยู่ต่อจากนี้
ผมกับเบสท์ขี่รถเลี้ยวเข้าวัดพระประโทน ภาพแรกที่เห็นไม่ต่างจากงานวัดทั่วไป รถมอเตอร์ไซต์จอดกันทั่ว วัยรุ่นเยอะพอสมควร เราจอดรถไกลไปอีกนิดเพื่อจะได้ไม่เสียค่าฝากรถ ในใจผมก็นึกกลัวรถหายอยู่เหมือนกันแต่เงินในกระเป๋าเหลือไม่เท่าไรแล้ว เรารีบเดินไปที่เวที เสียงดนตรีหนักหน่วงและเสียงว้ากดังเป็นระยะๆ "เรโทรสเป็กๆ" เบสท์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ในใจผมคิดว่าไม่น่าจะใช่ เรโทรสเป็กก็ดังพอๆกับบอดี้สแลม ทำไมไม่เห็นขึ้นป้าย ถึงที่ขายบัตรเบสท์ถามว่าจะเอาไงดี ผมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เอาก็เอาวะไหนๆก็มาแล้ว เราซื้อบัตร ได้บัตรมาพร้อมเอ็มร้อยห้าสิบอีกสองขวด คาดว่าเขาคงไม่ให้เอาขวดเข้างานแน่ๆผมเลยให้เบสท์จัดการกับเอ็มร้อยห้าสิบสองขวดที่ได้มา ตรวจร่างกายและกระเป๋าเรียบร้อยก็เดินเข้างาน คนยังไม่มากเท่าไรคงเป็นเพราะหัวค่ำอยู่ เบสท์ต้องเอากล้องไปฝากข้างนอกเพราะเขาไม่ให้เอากล้องเข้างาน ผมยืนรอเบสท์มองดูวงดนตรีที่เล่นอยู่บนเวที ขนาดใหญ่ สองด้านซ้ายขวามีจอภาพถ่ายทอดเพื่อให้คนที่อยู่หลังๆมองเห็นนักร้องได้ชัดเจนขึ้น เฮ้ย เรทโทรสเป็กจริงๆด้วย เสียงเพลงจบลง "เอ้าๆ รีบเข้ามาครับ มาไม่ทันดูเรโทรสเป็กก็ขาดทุนไป 30 บาทแล้ว วันนี้พวกเราไม่ได้มาแค่วงเดียว ยังมีน้องดา เอ็นโดรฟิน บิ๊กแอส แล้วก็บอดี้สแลมอีกด้วย" นักร้องนำจอมว้ากพูดเสร็จก็เล่นร้องเล่นเพลงอื่นต่อ ในใจผมเต้นรัว เฮ้ย บิ๊กแอส !!!!! เบสท์กลับมาพอดี เราสองคนเดินเข้าไปลึกอีกหน่อย แต่ก็เคยมองหาทางออกไว้ด้วย แน่นอน สิ่งที่ผมกลัวที่สุดในคอนเสิร์ตคือวัยรุ่นตีกัน
ฟังเพลงช้าจากเรโทรสเป็ก เพลงสุดที่รัก และเพลงอื่นๆอีก 2-3เพลง ปิดท้ายด้วยเพลงไม่มีเธอ ก่อนส่งต่อให้ดา เอ็นโดรฟิน ผมยังคงออมแรงไว้โดดกับวงบิ๊กแอส
ดา เอ็นโดรฟินในขนาดกระทัดรัดร้องเพลงได้ยินไหมเป็นเพลงแรก ต่อด้วยเพลงที่สอง ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ เพลงนี้มีเซอร์ไพรส์ แน็ปนักร้องนำเรโทรสเป็กขึ้นมาร้องคู่ด้วย หวานจนมดแทบกัดขาเวทีเลยทีเดียว จบเพลง ดาขอบคุณแน็ปแบบเรโทรสเป็กด้วยการว้ากใส่ สนุกสนานกันไป ต่อด้วยเพลงภาพลวงตา จบเพลงดาบอกว่าจะร้องเพลงของ โต ซิลลี่ฟูลและเสก โลโซ พูดจบเพลงขี้หึงก็ขึ้น วัยรุ่นนับร้อยโดดกันอย่างสนุกสนาน แล้วเหตุการณ์ที่ผมกลัวก็เกิดขึ้น กลุ่มวัยรุ่นด้านขวามือแตกฮือเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เราไม่รอช้ารีบขยับออกมาทันที ภาพที่เห็น คือ สห. (สารวัตรทหาร) ร่างยักษ์นับสิบนายกำลังรุมจับวัยรุ่นคนหนึ่ง ตะลุมบอนกันอยู่สักครู่วัยรุ่นคนนั้นก็หลุดหนีออกมาได้หายไปท่ามกลางฝูงชน สร้างความงุนงงให้แก่เหล่าสห. เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร พวกเขาถอดใจแล้วเดินออกไป คอนเสิร์ตยังคงดำเนินต่อไป พวกที่เต้นก็ยังคงเต้นกันอยู่เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จบสองเพลง ดาพูดว่า "หนุ่มๆจ๋า อย่าตีกันนะจ๊ะ" แหม น่ารักจริงๆ ผมขอพูดเหมือนที่คนอื่นๆเขาพูดกันบ่อยๆสักหน่อยตอนได้เจอดาราตัวจริง "ดา เอ็นโดรฟินตัวจริงน่ารักกว่าในทีวีอีก" ผมไม่รู้หรอกว่าดาร้องเพลงอะไรของพี่เสก เพราะสนใจสถานการณ์ตรงหน้ามากกว่า ดาร้องเพลงสุดท้ายปิดท้ายด้วยความซึ้ง อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง ผมอดโยกมือตามไปด้วยไม่ได้ "อยู่กันอย่างนี้นานๆนะเธอ จากกันวันไหนฟ้าคงจะผิดหวัง อยู่กันตรงนี้หัวใจจะฝากฝัง ใส่เมื่อเธอนั้น อย่าไปไหน อย่าไปไหน อย่าไปไหน..."
ดา เอ็นโดรฟินลงเวทีไปแล้ว ฟังโฆษกพล่ามขอบคุณเอ็มร้อยห้าสิบๆ อยู่สามสี่รอบ เพื่อมีเวลาให้จัดเวทีและเครื่องดนตรี โฆษกบอกว่าคืนนี้เราจะได้มันกันแบบไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน ด้วยคอนเสิร์ต บิ๊กบอดี้ อี้ อี้ อี้ (กรุณาทำเสียงแอคโค่ตาม) ในใจผมคิด 50บาทได้ดูสี่วงนี้ก็โคตรคุ้มแล้วล่ะ จะได้ดูคอนเสิร์ตบิ๊กบอดี้อีกด้วยเหรอ ภาพในจอสองฝั่งเวทีตัดสลับระหว่างบอดี้แสลมกับบิ๊กแอส ครู่เดียวบิ๊กแอสก็ขึ้นเวที "เราทุกคนก็คงรู้วันเกิด แต่มีสักกี่คนที่รู้วันตาย...." เปิดตัวด้วยเพลงแรกก่อนตาย (เอ่อ เพลงต่อไปพี่เขาก็ยังไม่ตาย ก่อนตายนี่ชื่อเพลงเฉยๆ) จบเพลงพี่แด๊กในเสื้อสีแดงกางเกงยีนส์ผ้าพันคอ บอกว่าวันนี้บิ๊กแอสจะเล่นเพลงได้น้อยหน่อยเพราะพี่กบมือกลองเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บ ตอนแรกคิดว่าจะเล่นไม่ได้แล้วแต่ก็เล่น เสียงปรบมือดังทั่วด้านล่างเวที แหม น่าชื่นชมจริงๆ ผมขอพูดเหมือนที่คนอื่นๆเขาพูดกันบ่อยๆสักหน่อยตอนได้เจอดาราตัวจริง "พี่แด๊ก บิ๊กแอส ตัวอ้วนกว่าในทีวีอีก" (อันนี้ล้อเล่นครับ)
"ต่อไปเรามาฟังเพลงประกอบภาพยนตร์กันบ้าง คิดว่าหลายคนคงเคยได้ฟังกันแล้ว" พี่แด๊กพูด เสียงกีตาร์ดังขึ้น "มีใครบางคนให้คำนิยามว่ารักคือความทุกข์ แตกต่างจากฉันที่มองว่ารักคือความสุข...." ใช่แล้วเพลงอย่างน้อย เพลงประกอบภาพยนตร์ปิดเทอมใหญ่หัวใจอาโออิตู้มๆนั่นเอง ผมร้องตามจนถึงท่อนฮุค ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากคอนเสิร์ตในหนังอย่างไรก็อย่างนั้น ขาดก็แต่ซีคนที่พูดว่า "มันไม่เวิร์คหรอกว่ะ" แค่นั้นเอง จบเพลงบิ๊กแอสไม่รอช้า ต่อด้วยเพลงข้าน้อยสมควรตาย และเล่นของสูง วัยรุ่นด้านล่างเวทีโดดกันอย่างบ้าคลั่ง ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วจนแทบหายใจไม่ออก เนื่องจากเวทีตั้งอยู่บนสนาม(ที่เคยมี)หญ้า เพลงยิ่งเล่นมัน คนก็ยิ่งโดด คนยิ่งโดด ฝุ่นก็ยิ่งฟุ้ง ดรายไอซ์ไม่ต้องใช้ก็มีควันฟุ้งชวนฝัน(ร้าย)ได้
เล่นของสูงไปได้ไม่สูงเท่าไร บอดี้สแลมวงขวัญใจไอ้เบสท์ก็ขึ้นมาแจม สุดท้ายบิ๊กแอสก็มอบหน้าที่ให้บอดี้สแลม เริ่มเพลงแรกด้วยยาพิษ ตามด้วยเพลงในอัลบั้มใหม่ 2- 3 เพลงตามด้วยหวั่นไหว "โอ๊ะ โอะ โอ้ โน โอ๊ะ โอะ โอ้ โน.." ผมกดโทรศัพท์หาเจ้านิ่ม เธอคงจะแปลกใจอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพี่ตูนบอดี้สแลมร้องเพลงที่เธอชอบ "อดใจไม่ไหวเมื่อได้พบหน้า เพียงเธอส่งยิ้มคืนมายิ่งหวั่นไหว.." จนจบเพลงผมกดวางสายค่อยไว้อธิบายทีหลังเพราะเสียงตอนนั้นดังมากคุยกันคงไม่รู้เรื่อง ไอ้เบสท์ยังคงโดดกับบอดี้สแลมอย่างเมามันเอ็มร้อยห้าสิบสองขวดที่มันกินเข้าไปคงเริ่มออกฤทธิ์ คึกซะจนผมอดหวั่นใจไม่ได้ว่ามีใครหมั่นไส้พวกเราอยู่หรือเปล่า พี่ตูนเพิ่มความมันด้วยเพลงคนที่ถูกรัก "แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก แค่อยากเป็นคนที่ถูกใครสักคนเข้าใจ ช่วยเติมชีวิตที่ว่างเปล่า ช่วยเอาความรักมาให้..." เพลงนี้มันช่างโดนใจจริงๆ จากนั้นก็ต่อด้วยเพลงใหม่อีก2-3เพลง ปิดท้ายด้วยยาพิษอีกรอบเป็นการจบคอนเสิร์ตแสนมันของวันนี้
ตลอดคอนเสิร์ตผมสังเกตุเห็นหลายๆคนหันหน้ามองไปในทิศทางเดียวกันซ้ายทีขวาทีเป็นระยะๆ คาดว่าน่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ผมไม่เห็นเพราะอยู่ตรงกลาง อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของเอ็มร้อยห้าสิบที่แจกหน้างาน ถ้าครั้งหน้ามาจัดอีกเปลี่ยนจากแจกเอ็มร้อยห้าสิบเป็นหน้ากากกันฝุ่นจะดีมาก
แต่เดี๋ยวก่อน !! อย่าคิดว่าวัยรุ่นไทยมีนิสัยรุนแรงป่าเถื่อนกันทั้งหมด ขณะที่เราขี่รถกำลังจะกลับบ้าน มีรถมอเตอร์ไซต์จำนวนหนึ่งขี่สวนมาพลางตะโกน "ระวังตำรวจๆ" เราสองคนไม่กลัวตำรวจ แต่ก็ไม่อยากถูกตรวจค้น เลยวกรถกลับตามไป แล้วเบสท์ก็บอกคนอื่นๆที่ขี่รถตามมาอีกทอดหนึ่ง "ระวังตำรวจนะครับ" แหม วัยรุ่นไทยก็มีน้ำใจเหมือนกันนะ
7 คอนเสิร์ตข้างนอกให้ความรู้สึกสีหม่นกว่าคอนเสิร์ตในมหา'ลัยมาก วัยรุ่นร้อยพ่อพันแม่จากทั่วทุกสารทิศ กลิ่นควันบุหรี่และฝุ่นคละคลุ้ง แถมเสี่ยงต่อการโดนกระทืบอีก ผมดูคอนเสิร์ตไม่สนุกเท่าที่ควร คอยกังวลหลายๆอย่าง ใจหนึ่งก็กลัวรถหาย อีกใจก็ระแวงคนตีกัน อีกใจก็อึดอัดฝุ่นควัน ภาพความทรงจำของผมผุดขึ้นอีกครั้ง คิดถึงเพื่อนๆ ตอนดูคอนเสิร์ต SMA เราเต้นกันอย่างไม่ต้องกังวลอะไร ท่าเต้นแปลกๆ หรือท่าเต้นสุดฮิตประจำนักร้องคนนั้นถูกนำมาเต้นอย่างสนุกสนาน
จากหลายๆช่วงเวลาทั้งวันนี้ หลุมที่เก็บภาพแห่งความทรงจำของผมถูกขุดลึกขึ้นเรื่อยๆ ผมเป็นอะไรนะ หรือว่าวันนี้ผมเหงา คิดถึงเพื่อนๆจัง
April 11 นั่งรถไฟไปเซ็นหนังสือเพลงรัก ณ งานสัปดาห์หนังสือ (ฉบับเต็ม)นั่งรถไฟไปเซ็นหนังสือเพลงรัก ณ งานสัปดาห์หนังสือ
1 เช้าตรู่วันที่ 6 เมษายน ณ สถานีรถไฟนครปฐมผมและอาจารย์ก้อง นั่งรอรถไฟขบวน 356 สถานีปลายทางหัวลำโพง ที่คาดว่าจะมาถึงในเวลาเกือบ 7 โมงเช้า ช้ากว่าเวลาที่ควรจะเป็น 31 นาที ตามวิสัยของรถไฟไทยที่จะมาสายไม่กี่นาทีถึงมาสายหลายๆนาที
ยังไม่ทันได้เห็นแสงแรกของอาทิตย์ยามเช้า ฝนที่ตั้งเค้าก็โปรยลงมาเหมือนจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงเหตุการณ์อันน่าประทับใจและแสนตื่นเต้นของวันนี้ รถไฟจอดเทียบชานชาลาที่ 1 เสียงประกาศดังก้อง "สถานีปลายทางหัวลำโพง"
2 ผู้ชายบ้านนอกจะเข้ากรุง !! ใช่ ผ่านมาตลอดชีวิตนี้ที่จะ 22 ปีในอีกไม่กี่วัน ผมเข้ากรุงเทพแทบจะนับครั้งได้ การเข้ากรุงครั้งนี้เป็นครั้งที่ตื่นเต้นที่สุดเพราะจะไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเพื่อขอลายเซ็นพี่นิ้วกลม นักเขียนที่ผมหลงใหลเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดจากปลายนิ้วกลมๆของพี่เขาเอามากๆ ด้วยเหตุใดก็ตามทั้งๆที่ ผมไม่อยากเข้ากรุงเทพเพราะเบื่อรถติดและคนเยอะๆ รู้ตัวอีกทีก็มีกำหนดการในปฏิทินไว้แล้วว่า "วันที่ 6 เมษายน ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ"
โฟรโดไม่สามารถเดินทางเอาแหวนไปทำลายด้วยตัวคนเดียวได้ฉันใด ผู้ชายบ้านนอกก็คงไม่สามารถเดินทางไปงานสัปดาห์หนังสือคนเดียวได้ฉันนั้น อย่าว่าแต่ไปศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์เลย แค่นั่งรถตู้ไปลงปิ่นเกล้าผมก็หลงแล้ว ผมรวบรวมพันธมิตรแห่งแหวน เอ๊ย เพื่อนร่วมเดินทางได้สองคน เจ้านิ่ม สาวน้อยผู้ชื่นชอบพี่นิ้วกลมเหมือนกัน และอาจารย์ก้อง อาจารย์ก้องรับอาสาจะพาผมเข้ากรุง มีอาจารย์ก้องไปด้วยเปรียบเสมือนมีแกนดัล์ฟ เด็กบ้านนอกตาดำๆตัวดำๆคนนี้ก็หมดห่วง
อาจารย์ก้องบอกว่าจะไปหัวลำโพงด้วยรถไฟแล้วต่อรถไฟใต้ดินไปศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ด้วยเพราะคลุกคลีและคุ้นเคยกับการเดินทางโดยรถไฟมาพอสมควรผมจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล ตรวจสอบเที่ยวรถไฟขบวนเช้าวันอาทิตย์ แล้วออกเดินสู่ใจกลางมอร์ดอร์ เอ๊ย ไปหาพี่นิ้วกลม
1 จากที่ต้องตื่นแต่เช้าบวกกับความเย็นสบายของละอองฝนทำให้ผมหลับหลังจากรถไฟออกจากนครปฐมได้ไม่กี่สถานี รู้ตัวอีกทีภาพเบื้องหน้ามองผ่านหน้าต่างก็เป็นภาพของรถไฟหลากหลายขบวนเรียงรายจอดเทียบท่าซ้ายขวา ผมเดาได้ว่าเราถึงหัวลำโพงแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้อง อาจารย์ก้องพาผมนั่งรถเมล์ไปลงแถวคลองเตยเพื่อกินข้าวเช้า แล้วค่อยเดินเท้าเข้างานสัปดาห์หนังสือ เรามาถึงก่อนเวลาที่นัดเจ้านิ่มไว้ครู่ใหญ่ เลยนั่งรอที่ประตูทางเข้าอีกด้านหนึ่ง จนได้เวลาก็ออกไปหาเพื่อนสาวตัวน้อยตรงที่อาจารย์ก้องนัดไว้ เจ้านิ่มตัดผมสั้น มองจากด้านหลังแทบจะจำไม่ได้ แต่ความสดใสของเธอไม่เคยเปลี่ยน
3 พวกเรายืนรอประตูเปิดเข้างาน ถ่ายรูปเล็กน้อยและสำรวจแผนผังบูธของสำนักพิมพ์อะบุ๊คว่าอยู่ตรงไหน เมื่อประตูเปิดเราทั้งสามรีบ ตรงไปที่เป้าหมายทันที ในใจผมตื่นเต้นตึ้กตั๊กตูมตาม ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ รูปในบล๊อกกับในเอ็มเอสเอ็นก็เป็นนิ้วกลมๆใส่สูท พี่เขาจะหน้าตายังไงนะ แต่แว่วๆมาว่าหน้าตาออกไปทางเกาหลี
ถึงบูธอะบุ๊คไม่เห็นแม้เงาหน้าขาวๆตาตี่ๆเหมือนที่ผมจินตนาการไว้ สอบถาม พนักงานขายสาวสวยในบูธบอกว่าพี่นิ้วกลมจะมาช่วงบ่ายๆ อาจารย์ก้องกับเจ้านิ่มเลือกซื้อหนังสือในบูธคนละเล่มแล้วออกมาเดินดูงานทั่วๆไป พร้อมหาหนังสือเกี่ยวกับกาแฟให้เจ้านิ่ม เราเดินดูหนังสือในงานกันครู่ใหญ่จึงกลับไปดูที่บูธอะบุ๊คอีกทีก็ยังไม่เจอ ถามพนักงานขายในร้านอีกรอบเพื่อความแน่ใจ พี่เขาอาจจะมาบ่ายๆจนถึงเย็นๆ พวกเราเลยตัดสินใจ เอาหนังสือส่วนหนึ่งที่ซื้อมาไปเก็บที่ร้านกาแฟของเพื่อนสาวตัวน้อย แล้วไปเดินจตุจักร ค่อยกลับมาอีกทีในช่วงเย็น
4 Let it be คือชื่อร้านกาแฟน่านั่งร้านนี้ ผมกับอาจารย์ก้องสำรวจร้านเล็กน้อยเพื่อหาที่ทางที่จะให้ผมและเพื่อนอีกคนมาเล่นดนตรี ผมกับอาจารย์ก้องเพิ่งเคยมาที่ร้านเป็นครั้งแรก เพื่อนสาวตัวน้อยกระตือรือร้นทำโกโก้เย็นให้ผม และลาเต้เย็นของอาจารย์ก้อง ดูเธอจะมีความสุขมากกับการชงกาแฟ เรานั่งอยู่ในร้านสักครู่ จิบกาแฟ ฟังเพลงชื่อเดียวกับร้านคลอไปด้วย สุดท้ายก็เขียนข้อความจารึกการมาถึงลงกระดาษแปะไว้ที่ผนังแล้วลาพี่นก พี่ชายแสนใจดีที่เจ้านิ่มพูดถึงอยู่บ่อยๆ ไปเดินจตุจักร และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งรถไฟฟ้า ถึงจตุจักรเป้าหมายแรกของพวกเราคือร้านหนังร้านประจำของอาจารย์ก้อง มี DVD หนังที่ผมไม่รู้จักเต็มไปหมด เป้าหมายต่อไปคือร้านซีดีร้านประจำของอาจารย์ก้องอีกเช่นกัน และสุดท้ายก็ตามหาถ้วยกาแฟของเจ้านิ่ม จตุจักรวันอาทิตย์คนเยอะมากให้ความรู้สึกต่างจากจตุจักรวันพุธซึ่งเป็นตลาดไม้ดอกไม้ประดับพอสมควร ผู้คนมากมายบวกกับอากาศร้อนทำให้รู้สึกอบอ้าวยิ่งขึ้นไปอีก เสร็จสิ้นการเดินจตุจักร พวกเราก็ออกเดินทางเพื่อไปงานสัปดาห์หนังสือ และนั่นก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ผมได้นั่งรถไฟใต้ดิน
5 เรากลับมายืนตรงหน้าบูธของสำนักพิมพ์อะบุ๊คอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววพี่นิ้วกลมอยู่ดี ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม จนเจ้านิ่มถามพนักงานขายสาวสวยได้ความว่าพี่เขาแอบไปกินข้าว พวกเราจึงปักหลักดักรอที่เก้าอี้กระดาษข้างๆบูธ สักครู่ผมก็ได้รู้จักกับไม้นุ่มแฝดพี่ของเจ้านิ่ม เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับเธอตัวเป็นๆ ทั้งสองเหมือนกันมากทั้งการพูดการจา หน้าตาและนิสัย ( แน่นอนก็ฝาแฝดนี่นา ไอ้นี่พูดแปลกๆ) ผมมองทั้งสองคนด้วยความรู้สึกทึ่ง เหมือนมีเจ้านิ่มแตกหน่อออกมาสองคน ทักทายกันเล็กน้อยไม้นุ่มก็ขอตัวกลับไปที่บูธที่เธอมาช่วยแจกหนังสือและซีดีธรรมะ ก่อนไปยังไม่วายชักชวนอาจารย์ก้องให้แวะไปหาให้ได้ก่อนกลับ เจ้านิ่มเดินไปส่งไม้นุ่มที่บูทเสร็จก็กลับมานั่งที่เดิม พวกเรายังคงเฝ้ารอนิ้วกลมๆที่จะเขียนข้อความลงบนหนังสือโปรดของเราอย่างตั้งใจ เวลาผ่านไปพร้อมผู้คนที่เดินผ่านมา ในตอนนั้นเองก็มีผู้ชายหน้าตาเกาหลีจากบูธชะโงกมองมาทางที่พวกเรานั่งอยู่ พนักงานขายสาวสวยคนเดิมชี้มาทางพวกเราแล้วพูดว่า "สองคนนู้นมาหาพี่สองรอบแล้ว" ใช่แล้ว แน่ใจได้เลยผู้ชายตาตี่ๆคนนี้ต้องเป็นพี่นิ้วกลมแน่ๆ ผมและเจ้านิ่มรีบคว้าหนังสือที่เตรียมมาพร้อมกล้องดิจิตอลเดินเข้าไปหาทันที "ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ" พี่นิ้วกลมพูด ผมยื่นหนังสือให้มือไม้สั่นเล็กน้อย "เซ็นหนังสือครับ" ผมพูด "ชื่ออะไรครับ" "กานต์ครับ กอไก่ สระอา นอหนู ตอเต่าการันต์ครับ" ผมสะกดชื่อตัวเองพลางดูพี่เขาเขียนข้อความลงบนหน้าแรกของหนังสือที่ผมชอบที่สุด ปิดท้ายด้วยรูปวาดนิ้วกลมๆและวันที่ พี่นิ้วกลมยื่นหนังสือคืนให้ "ถ่ายรูปหน่อยค่ะๆ" เพื่อนสาวตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ถ่ายรูปคู่ได้สองรูปก็ถึงคิวเจ้านิ่มบ้าง โดยมีผมเป็นคนถ่ายรูปให้ เมื่อเราทั้งสองได้ลายเซ็นและถ่ายรูปแล้วภารกิจของวันนี้ก็เสร็จสิ้นลง เรากลับมานั่งที่เก้าอี้กระดาษตัวเดิมพลางอวดผลงานให้อาจารย์ก้องดู ปล่อยให้คนอื่นๆเดินเข้าไปขอลายเซ็นและถ่ายรูปกับพี่เขาเหมือนเราเมื่อครู่ ต้องขอบคุณพนักงานขายคนนั้นที่ทำให้เราสองคนได้เซ็นเป็นคนแรกๆของช่วงบ่าย แหม สวยแล้วยังใจดีอีก
เรานั่งดูพี่นิ้วกลมสักครู่ จึงแวะไปที่บูธของไม้นุ่มเพื่อรับซีดีธรรมะก่อนกลับ เจ้านิ่มเดินมาส่งผมและอาจารย์ก้องที่ทางเข้างาน กล่าวลากันเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไป
6 ภารกิจของวันนี้เสร็จสิ้นแต่การเดินทางของผมกับอาจารย์ก้องยังไม่สิ้นสุด ถึงหัวลำโพง ผู้คนมากมายต่างจ้องมองไปบนโครงเหล็กใต้หลังคา พบผู้ชายสองคนกำลังไต่โครงเหล็กอยู่ คนหนึ่งอยู่กลางโครงเหล็ก อีกคนกำลังจะปีนตามออกไป ตอนแรกคิดว่าถ่ายหนังแต่หลังๆดูไม่ใช่ เอ๊ะ ทำไมมีกล้องตัวเดียว ผมกับอาจารย์ก้องยืนต่อคิวซื้อตั๋วพลางสังเกตุเหตุการณ์ต่อไปเรื่อยๆ ชายสองคนนั้นไต่ไล่จับกันสักครู่ก็มีชายอีกคนหนึ่งไต่ไปจากอีกด้าน สถานการณ์คาดว่าจะใกล้ถึงจุดยุติ ชายสองคนที่คาดว่าเป็นผู้ไล่ขนาบข้างเข้ามาเรื่อยๆโดยผู้ที่ถูกไล่อยู่ตรงกลาง จวนเจียนที่จะจับได้ ชายผู้ถูกไล่ต้อนถูกผลักหวังให้ตกลงสู่เบาะเบื้องล่างเพื่อยุติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่เป็นอย่างนั้น สองมือของเขาคว้าไว้ได้กับเหล็กที่ต่ำลงมาอีกชั้นหนึ่ง แล้วโหนมือจับสลับไปด้านหน้า เหมือนลิงโหนกิ่งไม้ โคตรเก่งเลย ผมนับถือ สุดท้ายเขาค้างอยู่สักครู่อาการแขนที่เมื่อยล้าก็ทำให้เขาตกลงมา เสียงดัง ตุ้บ ลงสู้เบาะที่รองไว้เบื้องล่าง สถานการณ์คลี่คลาย พร้อมประกาศรถขบวนที่ผมกับอาจารย์ก้องนั่งกลับใกล้ออกพอดี
7 แม้จะไม่ได้หนังสือเล่มใหม่ติดไม้ แต่ผมก็ได้หัวใจดวงใหม่ติดมือกลับมาด้วย หัวใจที่พองโตกว่าดวงเดิมเล็กน้อยเนื่องจากอัดแน่นด้วยความฝัน แรงบันดาลใจ และอะไรอีกหลายๆความรู้สึก วันนี้ผมประทับใจในอะไรหลายๆอย่าง ประทับใจในความเป็นกันเองพี่นิ้วกลม ประทับใจในงานสัปดาห์หนังสือ งานที่มีความฝันฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไปหมด ทั้งฝันของคนเขียนที่จะมีคนอ่าน และความฝันของคนอ่านที่จะได้พบนักเขียน งานนี้เป็นสื่อกลางทำให้คนเขียนกับคนอ่านได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยไม่ต้องสื่อสารผ่านทางหนังสือ และฝันของผมอีกหนึ่งอย่างก็เป็นจริงขึ้นที่นี่ ประทับใจร้าน Let it be ร้านกาแฟที่รวมความฝันอีกหลายๆคนเช่นกันรวมทั้งเพื่อนสาวตัวน้อยของผมด้วย ประทับใจการเดินทางโดยรถไฟ (วันนี้ผมนั่งรถไฟสามแบบในวันเดียว) การเดินทางโดยรถไฟมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนการเดินทางโดยพาหนะแบบอื่น ความเอื้อเฟื้อ ความเป็นกันเอง และความมีน้ำใจ สามารถพบได้บ่อยๆ ในตู้โดยสารแห่งนี้
ม้าเหล็กขบวนยาวจอดเทียบชานชาลาที่ 1 อีกครั้ง เป็นสัญญาณสิ้นสุดการเดินทางเข้ากรุงของผู้ชายบ้านนอก เสียงประกาศดังก้อง "ที่นี่สถานีนครปฐม" ---------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณพี่นิ้วกลมสำหรับลายเซ็นและแรงบันดาลใจ ขอบคุณเจ้านิ่ม สำหรับของขวัญวันเกิดล่วงหน้า และโกโก้เย็นแสนน่ารัก ขอบคุณท่านอาจารย์ก้องที่พาผมเปิดหูเปิดตา อีกทั้งค่าโดยสารและค่าอาหารตลอดทาง ขอบคุณทั้งสองคนอีกครั้งที่ทำให้อีกหนึ่งความฝันของผู้ชายบ้านนอกเป็นจริง ขอบคุณครับ April 08 นั่งรถไฟไปเซ็นหนังสือเพลงรัก ณ งานสัปดาห์หนังสือเช้าตรู่วันที่ 6 เมษายน ณ สถานีรถไฟนครปฐมผมและอาจารย์ก้อง นั่งรอรถไฟขบวน 356 สถานีปลายทางหัวลำโพง
ที่คาดว่าจะมาถึงในเวลาเกือบ 7 โมงเช้า ช้ากว่าเวลาที่ควรจะเป็น 31 นาที ตามวิสัยของรถไฟไทยที่จะมาสายไม่กี่นาทีถึงมาสาย หลายๆนาที
ยังไม่ทันได้เห็นแสงแรกของอาทิตย์ยามเช้า ฝนที่ตั้งเค้าก็โปรยลงมาเหมือนจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงเหตุการณ์อันน่าประทับใจและ แสนตื่นเต้นของวันนี้ รถไฟจอดเทียบชานชาลาที่ 1 เสียงประกาศดังก้อง "สถานีปลายทางหัวลำโพง"
--------------------------------------------------------------------------------------------
ยังไม่จบครับดองไว้ก่อนเพื่อเช็คเรตติ้ง วันที่10จะกลับมาเขียนให้เสร็จครับ |
|
|