PANU's profileยินดีต้อนรับสู่สเปซบ้านน...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 28 เจอเพื่อนใหม่เสียงโพลี่โฟนิกกับชื่อบนจอโทรศัพท์มือถือปลุกผมให้ตื่นขึ้นจากบ่ายแก่ๆวันอาทิตย์ที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เสียงหวานๆปลายสายทำให้ผมหายงัวเงียได้เล็กน้อย ผมล้างหน้า ล้างตา ล้างรถที่คันทั้งบ้านพาลรังเกียจเพราะไปลุยโคลนมาเมื่อสามวันก่อนเสร็จก็ออกเดินทาง สุดท้าย ผม ต้นใบเตย ฝ้าย พี่เมธ ยอดเพชร และอาจารย์ก้อง ก็นั่งกินมื้อเย็นใต้เต็นท์หอยทอด ณ องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันหรืออาจจะหลายสัปดาห์ที่ผมได้เจอเพื่อนสาวสองคนนี้ ระหว่างนั้นเราก็คุยเรื่องต่างๆไปเรื่อยรวมถึงการสอบปัญหาพิเศษหรือที่พวกเราเรียกกันว่าการสอบโปรเจคต์ ซึ่งช่วงนี้เพื่อนๆที่เหลือจะสอบกันเยอะรวมทั้งผมด้วย ดูเหมือนว่าเพื่อนสาวตาแป๋วคนนี้จะกังวลใจกับการสอบครั้งนี้เป็นพิเศษ สองวันต่อมาก็ถึงวันสอบ บรรยากาศเครียดพอสมควรแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี วันพุธ เป็นวันที่เพื่อนๆสอบกันเยอะที่สุด และได้เจอเพื่อนๆเยอะที่สุด ช่วงเช้าที่สอบก็มี สุ่ย ไผ่ ปอ เจ้านิ่ม ฝนจัง ตอนกลางวันถึงบ่ายๆ ก็มี ต้นนุ่น แอน กิ๊ก เย็นถึงดึกๆก็มีเต๋า กับปุ้ย ตามไปให้กำลังใจกันไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ทุกคนก็ผ่านกันไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ก็มีกองเชียร์คอยให้กำลังใจอันได้แก่ ผม พี่เมธ ยอดเพชร แตง เอื้องฟ้า คุณผึ้ง พร อีกด้วย นอกจากจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันข้าวเหนียวหมูตลาดนัดวันพุธแล้ว พวกเราก็หากิจกรรมอย่างอื่นทำเนื่องจากนานแล้วที่ไม่ได้เจอกันเยอะแบบนี้ เราตัดสินใจจะไปร้องคาราโอเกะ แต่ก็มีคนจองกันเต็ม สุดท้ายก็เดินตลาดนัดอีกรอบแล้วแยกย้ายกันไปในที่สุด ตกดึกเหลือผม พี่เมธ และเจ้านิ่ม กินข้าวหน้ามหา'ลัย กันสามคน พี่เมธขอตัวเนื่องจากเหนื่อยจากการเล่นแบด แล้วก็เหลือแค่ผมกับเพื่อนสาวตัวน้อยเข้าดูงาน Playing sound around art ที่บริเวณหน้าหอสมุด บรรยากาศของงานมีผู้คนบางตา ส่วนใหญ่จะไปออกันอยู่หน้าเวทีที่มีดนตรีสดเล่นอยู่ มีร้านค้าในบู๊ทบ้างประปราย เราสองคนเลือกยืนห่างออกมาจากเวทีพอประมาณ เสียงดนตรีแนวสกา เร้กเก้ ทำให้ผมและเพื่อนสาวตัวน้อยอดโยกตัวตามจังหวะไปด้วยไม่ได้ คนอื่นๆก็จับกลุ่มเต้น บ้างก็นั่ง บ้างก็ยืน ถึงคนจะน้อยไปนิดแต่ความสนุกไม่ได้พร่องไปตามจำนวนคนเลย มีสต๊าฟผู้ชาย รูปร่างขนาดกระทัดรัดคนหนึ่งน่ายกย่องให้เป็นสต๊าฟดีเด่น สารพัดท่าเต้นมากมายที่พี่แกงัดออกมาสามารถเรียกเสียงฮาเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย ไม่เพียงแค่นั้นพี่แกยังเดินจูงมือคนที่เต้นกันอยู่รอบๆให้ออกไปสนุกกันหน้าเวทีอีกด้วย บนเวทีก็สนุก ล่างเวทีก็สนุก เสียดายถ้ามีเพื่อนๆไปกันเยอะๆคงจะสนุกมากกว่านี้ ได้เจอกับเพื่อนๆอีกครั้งหลังจากที่ต่างคนแยกเดินไปตามทางของตัวเองมาพักหนึ่ง มีแต่คนบอกว่าคิดถึงทับแก้ว คิดถึงอาหารที่นี่ ดูเหมือนเพื่อนสาวตัวน้อยของผมจะคิดถึงข้าวเหนียวเปียกลำไยที่เต๊นท์เขียวหน้ามหา'ลัยเป็นพิเศษ "ความสุขเล็กๆที่ยิ่งใหญ่" เธอพูดพลางยิ้มหวานขณะทานข้าวเหนียวเปียก เห็นแบบนี้แล้วทำให้ผมเบื่อเมืองกรุงมากขึ้นไปอีก ขอเป็นผู้ชายบ้านนอกแบบนี้ไปเรื่อยๆดีกว่า ....... สายๆของวันจันทร์ ผม นนท์ ออฟ นั่งอยู่ที่เบาะหลังสุดของรถประจำทางสายบ้านแพ้วเพื่อไปงานบวช "พระดุง" ตามที่ไกดิ์บอกไว้เมื่อหลายวันก่อน (ไม่ใช่ไกดิ์นำเที่ยวอะไรหรอกครับ แค่มันชื่อไกดิ์เฉยๆ) โดยมีไกดิ์ (ไอ้ไกดิ์นี่ล่ะ)กับเอกชัยไปค้างคืนล่วงหน้าแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เราสามคนลงรถที่แยกกระโจมทองแล้วต่อมอเตร์ไซต์รับจ้างเข้าไปที่วัดกระโจมทอง บรรยากาศของงานดูเรียบง่ายและอบอุ่น ได้เจอพระดุง (ตอนเรียนชื่อผดุงศักดิ์ บวชแล้วเป็นพระผดุงศักดิ์) เพื่อนๆสมัยมัธยม เหลิม ตู่ อัคร ไกดิ์ เอกชัย และญาติๆของพระยืนถ่ายรูปกันอยู่ เจอหนูเบลล์ไหว้พระอยู่อีกด้านของงาน ผมไม่เจอเพื่อนๆเกือบสี่ปีเห็นจะได้ตั้งแต่จบ ม. 6 ทุกคนดูไม่เปลี่ยนไปเลย แซวกัน คุยกัน เฮฮาเหมือนเดิม เรานั่งคุยกันพักใหญ่ๆ เลี้ยงพระฉันเพลและกินข้าวกลางวันก็แยกย้ายลาพระดุงกลับ หนูเบลล์กลับกับเพื่อนเพราะบ้านอยู่แถวนั้น ผู้ชายที่เหลือ 8 คน กับมอเตอร์ไซต์ 3 คัน ซ้อนสองซ้อนสามไปส่งกันที่ตลาดนครปฐม แว้นหัวฟูกันไปเป็นที่ล่อตาล่อใจแก่ตำรวจยิ่งนัก ได้เจอเพื่อนๆครั้งนี้เกิดความรู้สึกดีๆขึ้นมากมาย ความเป็นเพื่อนของเรายังอยู่ไม่ไกลและจางหายไปตามระยะทางและเวลา ผมคงจะเป็นเพื่อนชั้นเลว (ขอยืมคำเจ้านิ่มมาใช้หน่อยนะจ๊ะ) ที่หลายครั้งเมื่อมีงานพบปะ จะผิดนัดไม่ได้ไป ยังไงก็ขอโทษเพื่อนๆไว้ตรงนี้ด้วยก็แล้วกันนะ ....... ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้ผมคิดได้ว่าตัวเองเป็นคนค่อนข้างติดเพื่อนอยู่เหมือนกัน คิดถึงเพื่อนๆวัดห้วยฯ ยังไม่ได้เจอกันอีกตั้งหลายคน คิดถึงเพื่อนๆศิลปากรก็บ่อยๆ จากนี้ต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้ เจอกันครั้งใหม่หลายๆอย่างอาจจะเปลี่ยนไป แต่ผมเชื่อได้ว่ามิตรภาพของพวกเราจะยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง "ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกัน" May 03 แด่การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของโทรเลขไทย 1. "โทรเลขจะเลิกใช้แล้วนะ" เจ้านิ่ม เพื่อนสาวตัวน้อยบอกผมผ่านโปรแกรมสนทนาสีฟ้าอ่อนเมื่อหลายวันก่อน ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านข่าวเจอถึงการจากไปของวิธีสื่อสารประเภทนี้แต่ก็ไม่ได้สนใจ เราคุยกันถึง ข้อความที่เธอจะส่งและหลักการทำงานของโทรเลขคร่าวๆแล้วก็จบไปในวันนั้น หลายวันต่อมาเราคุยกันเรื่องนี้อีกจนทำให้ผมสนใจที่จะลองส่งโทรเลขดูบ้าง เรียกว่าเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิตก็คงไม่ผิดนัก ว่าแต่..จะส่งหาใคร และส่งว่าอะไรดี 2. กระดาษสีฟ้า 3-4ใบ แปะเรียงด้านหน้าบันไดทางขึ้น มีข้อความว่า "เชิญชมนิทรรศการปิดตำนานโทรเลขไทย ชั้นบน" ผมและยอดเพชรกำลังเดินก้าวขึ้นบันไดของไปรษณีย์นครปฐม หลังจากหาสมัครพรรคพวกแล้ว เหลือเราสองคนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้ ชั้นสองของไปรษณีย์นครปฐมคราคร่ำไปด้วยผู้คน มีกลุ่มนักเรียนที่คาดว่าจะมาทัศนศึกษาหนึ่งกลุ่มใหญ่ และประชาชนทั่วไปอีกหนึ่งกลุ่มเล็ก ด้านขวามีการจัดนิทรรศการย่อมๆโดยมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆวางเรียงๆกัน และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้าค่าตาเครื่องรับ-เครื่องส่งโทรเลข น่าเสียดายที่ไม่ได้พกกล้องติดไป เพราะนึกไม่ถึงว่ามีการจัดนิทรรศการ และอีกอย่างเป้าหมายหลักของการมาไปรษณีย์ครั้งนี้คือส่งโทรเลข ทางด้านซ้ายมีกลุ่มคนยืนต่อคิวเพื่อทำอะไรบางอย่าง ในมือของทุกคนถือกระดาษสีน้ำตาลใบไม่เล็กไม่ใหญ่ โต๊ะตรงหัวแถวมีเจ้าหน้าที่ขีดๆเขียนๆและประทับตราลงบนกระดาษอย่างขะมักเขม้น มีน้องผู้หญิงหน้าตาน่ารักตัดผมสั้นแค่หูใส่เสื้อสีขาว-ชมพูยืนอยู่ข้างๆกำลังแจกใบกระดาษสีน้ำตาลใบนั้น เดาได้ว่าเป้าหมายของเราน่าจะอยู่ตรงน้องคนนี้ (เอ่อ.. เป้าหมายคือการส่งโทรเลขน่ะครับ) ผมกับยอดเพชรไม่รอช้าเดินเข้าไปถามเบอร์ เอ๊ย ถามเธอว่าจะส่งโทรเลขต้องทำอย่างไรบ้าง "นี่นะคะ ใบสีขาวเป็นใบสั่งจองที่ระลึก ส่วนใบสีน้ำตาลจะส่งไปเป็นข้อความตามที่เราเขียน" เธอตอบมาด้วยน้ำเสียงสดใส เราสองคนรับกระดาษสีขาวและสีน้ำตาลมาคนละ2-3ชุด เลือกมุมสงบๆด้านขวาสุดกรอกข้อมูลและข้อความที่จะส่งลงไป ยอดเพชรส่งถึงคุณแม่ที่บ้าน ส่วนผมส่งถึงตัวเอง และเพื่อนๆที่พอจะหาที่อยู่ได้รวมถึงเพื่อนสาวตัวน้อยด้วย เขียนเสร็จก็ไปต่อคิวประทับตาและจ่ายเงิน ถึงวันนั้นคนจะเยอะ แต่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พนักงานของไปรษณีย์ก็ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ไม่มีแววเหนื่อยและเสียงบ่น ประทับใจไปรษณีย์ไทย ประทับใจหน้าใสๆของน้องคนนั้น วี้ดวิ้ว 3. วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ปิดตำนานโทรเลขไทยจริงๆ ผมไปที่ไปรษณีย์อีกครั้ง ไปถ่ายรูปและส่งโทรเลขหาเพื่อนๆอีกสองสามคน จำนวนคนที่มาใช้บริการวันนี้พอๆกับเมื่อวาน บรรยากาศก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเดิม ความคิดถึงฟุ้งกระจายทั่วชั้นสองของไปรษณีย์นครปฐม ใช่แล้ว การจากไปของโทรเลขทำให้คนคิดถึงกันมากขึ้น สังเกตุทุกๆคนที่มาก็ส่งโทรเลขหาคนที่รักหรือคิดถึงกันทั้งนั้น ผมนึกถึงข้อความที่เพื่อนตัวน้อยของผมจะส่งขึ้นมาได้ "คิดถึง" เธอบอกว่า วันไหนคิดถึงช้าๆ ก็เขียนว่า "คิดถึง" แล้วส่งแบบธรรมดา วันไหนคิดถึงเร็วๆ ก็เขียนว่า "คิดถึง" แล้วส่งแบบด่วนผมว่าข้อความที่จะส่งทุกข้อความไม่ใช่เขียนเฉยๆว่า "คิดถึง" หรอกแต่มันแฝง "ความคิดถึง" ไปด้วยจริงๆ โดยมีโทรเลขเป็นสื่อกลางส่งผ่านความคิดถึง แล้วทำไมโทรเลขถึงอยู่ไม่ได้ล่ะ ทุกคนเลิกคิดถึงกันแล้วเหรอ เปล่าเลย เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือสื่อกลางส่งผ่านความคิดถึงได้ด่วนกว่าโทรเลขต่างหาก จากแต่ก่อนที่ใช้ส่งข่าวสารจนใช้ส่งความคิดถึงในวันนี้ โทรเลขได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย เหมือนที่ใครเคยบอกไว้ ถ้าไม่สูญเสียก็ไม่คงรู้ซึ้งถึงคุณค่า วันนี้ผมรู้คุณค่าของโทรเลขแล้ว แล้วผมจะคิดถึงคุณ โทรเลขไทย ------------------------------------------------------- เพลงโทรเลข ศิลปิน Playground โห๊ยย โทรเลขมาแล้ว โห๊ยย คิดถึงเมีย นอกใจแกโดน หมาแก่ใกล้ตาย ผมรักเธอครับ *โอเค ทุกข้อความ ที่คุณส่งผ่านมา ฉันจะพาไปยังที่จุดหมาย ด้วยความเร็วเพียงแค่คุณหลับตา.. ยืมตังค์หน่อยดิ อิ-คิ้ว-คิว-เส จุ๊บๆปิ้ดๆ โซ-บะ-นิ-อิ-ไต ซ้ำ * โชคดีนะฮ้า~ ซ้ำ *,* คิดถึงพี่หน่อย นะ โอ๊ะ ลืมเนื้อ ขอบคุณเนื้อเพลงจาก http://panugan.blogspot.com/2008/04/playground.html (ฟังเพลงได้ที่ลิงก์นี้ด้วยนะครับ) ป.ล.เดี๋ยวจะมีรูปที่ผมถ่ายมาลงไว้ในแกลอรี่นะครับ ------------------------------------------------------- ข้อมูลอื่นๆเพิมเติมและข่าวที่เกี่ยวข้อง ยุคสมัยที่กำลังหมดไป "โทรเลขไทย" เทคโนโลยีแรกย่อโลก http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000048288 นานาทรรศนะในคราวต้องกล่าวคำอำลา "โทรเลข" http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000048289 สิ้นเสียง 'ตะแล็บแก๊บ’ http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049064 ชวนพี่-ป้า-น้า-อาไปอำลา "โทรเลข" กันเถอะ http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000048781 ไปรษณีย์ไทยชวนส่งโทรเลขครั้งสุดท้าย http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000047427 ตัวอย่างของ จดหมายโทรเลข ของไทย http://thaitech.tumblr.com/post/32372039 "ลาก่อน โทรเลขไทย" .......... ณ ไปรษณีย์กลางบางรัก (รูปบรรยากาศ) http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6570479/X6570479.html |
|
|